พุยพุย

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2559 เวลา 08.30-11.30 น.
เนื้อหาและความรู้ที่ได้รับ


          วันนี้อาจารย์สอนเรื่อง การเขียนโครงการให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย ซึ่งองค์ประกอบของโครงการนั้น ประกอบไปด้วย
  1. ชื่อโครงการ (สำคัญมาก เพราะเป็นสิ่งที่จะบอกให้ทราบว่า เราจะทำอะไร โดยอาจตั้งชื่อแบบเจาะประเด็นหรือมีความหมายกว้าง ๆ ก็ได้)
  2. หลักการและเหตุผล (เป็นสิ่งที่บอกว่า ทำไมถึงทำโครงการนี้ ที่มาเป็นอย่างไร อาจจะอ้างทฤษฎีต่าง ๆ ที่สนับสนุน เกี่ยวข้องกับโครงการได้)
  3. วัตถุประสงค์ (เป็นความเรียง ไม่เกิน 3 บรรทัด หรือเป็นข้อ ไม่ควรเกิน 3-5 ข้อ)
  4. เนื้อหา/หลักสูตร
  5. เป้าหมาย
  6. วันเวลาและสถานที่
  7. รูปแบบการจัดโครงการ/เทคนิค
  8. แผนการดำเนินงาน 
  9. งบประมาณ (ค่าตอบแทน = คน/วิทยากร, ค่าใช้สอย = อาหาร/ค่าเดินทาง, ค่าวัสดุ = อุปกรณ์ต่าง ๆ โดยประมาณ)
  10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  11. การติดตามและประเมินโครงการ
  12. ผู้รับผิดชอบโครงการ
          กิจกรรมต่อมา คือ การทดลองเขียนโครงการ โดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิดว่าจะทำโครงการอะไร แล้วรายละเอียดของโครงการ มีอะไรบ้าง จากนั้นก็ให้ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน เพื่อให้อาจารย์ช่วยให้คำแนะนำต่าง ๆ ได้

โครงการที่กลุ่มเราเขียน คือ โครงการสร้างสรรค์สื่อ สู่สายใยรักแห่งครอบครัว

   
ตัวอย่าง  การทำโครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
ของรุ่นพี่












การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
  • เมื่อได้ความรู้ เกี่ยวกับการเขียนโครงการ และได้ฝึกทดลองการเขียนโครงการ ก็ทำให้รู้ข้อผิดพลาด และสามารถนำไปเขียนโครงการจริง ๆ ได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น รู้แนวทาง วิธีการเขียนโครงการจากตัวอย่างของรุ่นพี่ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ นำไปพัฒนาต่อยอดในการทำโครงการต่อไป
การประเมินผล
ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลา และมีส่วนร่วมในการเขียนโครงการกับเพื่อนในกลุ่ม 
ประเมินเพื่อน : เพื่อน ๆ มีกิจกรรมที่จะทำโครงการที่หลากหลาย มีแนวคิดที่แปลกใหม่ ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ๆ 
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ให้คำปรึกษาดีมาก เป็นกันเองกับนักศึกษา แนะนำแนวทางที่ดีที่ถูกต้องในการจัดทำโครงการ







บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2559 เวลา 08.30-11.30 น.

เนื้อหาและความรู้ที่ได้รับ         
          วันนี้อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มนำเสนองานวิจัยที่ได้ศึกษามา เกี่ยวกับการให้ความรู้หรือการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง และมีใบประเมินให้ทุกคนในห้องเรียน ประเมินแต่ละกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มของตนเองด้วย








แบบประเมินการนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
แบ่งรายการประเมินเป็น 3 รายการ
1. ความรู้ที่ได้รับจากการนำเสนอ
2. รูปแบบการนำเสนอมีความน่าสนใจ
3. การใช้ภาษาในการนำเสนอ
โดยแบ่งระดับคะแนนเป็น 3, 2, 1

กลุ่มที่ 1 นำเสนอเรื่อง การพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย สำหรับผู้ปกครองจังหวัดมหาสารคาม (กลุ่มตนเอง)
กลุ่มที่ 2 นำเสนอเรื่อง การพัฒนาและประเมินการใช้โปรแกรมการให้ความรู้ผู้ปกครองไทยในการส่งเสริมทักษะทางการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษด้วยภาษาแบบโฟนิกส์
กลุ่มที่ 3 นำเสนอเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองกับความรู้ผู้ปกครองในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย
กลุ่มที่ 4 นำเสนอเรื่อง การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้ปกครองกับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน
กลุ่มที่ 5 นำเสนอเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองกับความรู้ผู้ปกครองในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย


          จากนั้น อาจารย์ก็พูดถึงเรื่อง การทำแบบสอบถามเพื่อสำรวจความต้องการของผู้ปกครอง เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจทำโครงการการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง การสำรวจความต้องการของผู้ปกครองนั้น เพื่อให้สามารถพัฒนาส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็ก รวมทั้งการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็ก ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างครู ผู้ปกครอง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็ก

           ท้ายชั่วโมง อาจารย์ก็ให้ส่งข่าวสารประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปกครอง ที่แต่ละคนได้ออกแบบและทำมาส่ง ซึ่งคนที่ส่งวันนี้ อาจารย์ก็ให้ดาวเด็กดีอีก 1 ดวง






การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
  • การนำเสนอวิจัยในวันนี้ ทำให้ได้เห็นรูปแบบการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยอย่างหลากหลายวิธี ซึ่งอาจารย์ก็จะให้คำแนะนำว่ากิจกรรมใดเหมาะสม กิจกรรมใดน่าสนใจ ที่เราจะสามารถนำไปพัฒนาต่อยอด ในการทำโครงการการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองได้ เพื่อให้การให้ความรู้นั้นเกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างสูงสุด 
การประเมินผล
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน และมีส่วนร่วมในการทำงานกลุ่ม การนำเสนอ รวมทั้งมีความยินดีที่จะรับคำติชมไปปรับปรุงผลงานให้ดียิ่งขึ้น
ประเมินเพื่อน : เพื่อน ๆ มีการนำเสนอวิจัยที่หลากหลายรูปแบบ มีการเตรียมความพร้อมมาดี และให้ความร่วมมือในการให้สอบถาม หรือถาม-ตอบ เมื่อเพื่อนอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา แต่งกายสุภาพ และสอนอย่างมีความสุข ไม่เคร่งเครียด เปิดโอกาสให้นักศึกษาปรึกษาเมื่อไม่เข้าใจ


วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2559 เวลา 08.30-11.30 น.
(วันนี้อาจารย์ให้มาเรียนรวมกันทั้ง 2 เซค ในเวลา 09.30-12.30 น.)


เนื้อหาและความรู้ที่ได้รับ

บทที่ 5 
รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา

ได้รับดาวเด็กดีดวงแรกจากอาจารย์บาส ดีใจมากค่ะ ><
เนื่องจากออกไปนำเสนองานในท้ายชั่วโมงเรียน 
อาจารย์ใจดีให้มาคนละดวงเลย

อาจารย์อธิบายการนำเสนองานวิจัย ที่จะนำเสนอหลังสอบกลางภาค
ว่ามีหัวข้ออะไรบ้าง ควรทำอย่างไร ซึ่งอาจารย์ได้แนะนำว่า
ให้เน้นประเด็นหลักที่สำคัญ โดยนำเสนอด้วย Power Point 

          จากนั้นก็เข้าสู่เนื้อหา บทที่ 5 รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา

ระดับชั้นเรียน ได้แก่

ข่าวประจำสัปดาห์ ประกอบด้วย 

  • รายละเอียดของสาระการเรียนรู้ ประสบการณ์และกิจกรรมที่สถานศึกษาวางแผนไว้ประจำสัปดาห์
  • พัฒนาการและการเรียนรู้ที่เด็กได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
  • กิจกรรมครอบครัว เป็นกิจกรรมที่พ่อแม่ ร่วมทำกับเด็กโดยในข่าวสารจะเสนอแนะกิจกรรมต่างๆ เช่น ประดิษฐ์ของเล่นสำหรับเด็ก เกม วาดภาพระบายสี เพลงคำคล้องจอง ปริศนาคำทาย ฯลฯ
  • เรื่องน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง เป็นการให้ข้อมูลความรู้เพื่อนำไปอบรมเลี้ยงดู ส่งเสริมพัฒนาการเด็กหรือแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเด็ก
  • ข้อเสนอแนะของผู้ปกครอง
ตัวอย่าง ข่าวประจำสัปดาห์

จดหมายข่าวและกิจกรรม
          เป็นการนำเสนอความรู้ให้แก่ผู้ปกครอง ในชั้นเรียนให้รับรู้ถึงข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเด็ก โดยจัดส่งให้ผู้ปกครองในทุกสัปดาห์หรือตามความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่นำเสนอในจดหมายข่าวและกิจกรรมอาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังนี้
  • ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กและผู้ปกครอง
  • ความรู้สำหรับผู้ปกครอง ฯลฯ
  • กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับผู้ปกครอง เช่น นิทาน ศิลปะ ภาษา ฯลฯ
ตัวอย่างจดหมายข่าว


ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง  (จัดต่อสัปดาห์ ต่อเดือน หรือมีความสอดคล้องในสถานการณ์ปัจจุบัน) สามารถจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียนของทุกห้องเรียน โดยนำข้อมูลความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครอง จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น
  • ข้อมูลจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร
  • เกร็ดความรู้หรือสาระน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
  • ภาพถ่ายกิจกรรมในชั้นเรียน
  • ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ
  • กิจกรรมในโอกาสพิเศษ เช่น ทัศนศึกษา การแสดงในวันปีใหม่ ฯลฯ
ตัวอย่างป้ายนิเทศ




การสนทนา เป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด การสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนทนาดังนี้
  • เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็ก
  • เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน
  • เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กขณะที่อยู่ที่โรงเรียนและที่บ้าน
ตัวอย่างการสนทนา



ระดับสถานศึกษา ได้แก่

ห้องสมุดผู้ปกครอง 
          เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่าง ๆ อันเป็นแหล่งเรียนรู้ อีกรูปแบบหนึ่งของการให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง 


ป้ายนิเทศ
          ป้ายนิเทศในลักษณะนี้เป็นป้ายที่จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา ลักษณะของป้ายประกอบด้วย ภาพ ตัวอักษร ของจริง แผนภูมิ สถิติ ฯลฯ 


นิทรรศการ
          เป็นรูปแบบที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสถานศึกษาให้แก่ผู้ปกครองได้อย่างกว้างขวางรูปแบบหนึ่งด้วยการใช่สื่อหรืออุปกรณ์หลายชนิดในการถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก ภาพยนตร์ วีดีโอและซีดี


มุมผู้ปกครอง
เป้าหมายสำคัญของการจัดมุมผู้ปกครองคือ
    - เพื่อให้ผู้ปกครองได้ใช้เวลาว่างระหว่างการรอรับ-ส่งเด็ก ให้เกิดประโยชน์ด้วยการอ่านหนังสือ ฯลฯ
    - เป็นบริเวณที่ให้ผู้ปกครองได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่าง
ผู้ปกครองด้วยกัน
    - เพื่อผู้ปกครองและเด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกันตามความเหมาะสมในระยะเวลาสั้นๆ เช่น อ่านหนังสือ 
ดูภาพกิจกรรมของเด็ก ชมผลงานเด็ก ฯลฯ


การประชุม
- เพื่อแถลงนโยบายการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
- แลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่าสถานศึกษากับผู้ปกครอง
- แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน
- ประสานงานและทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง
- สร้างความสามัคคีระหว่างผู้ปกครองกับครู
- พัฒนาความรู้ความเข้าใจกับผู้ปกครองเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก การจัดการศึกษา ฯลฯ


จุลสาร  ประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ ส่วนของบรรณาธิการ  เรื่องราวของเด็กๆ บทความรู้ และเบ็ดเตล็ด การจัดทำจุลสารเพื่อให้มีความน่าสนใจ โดยพิจารณาดังนี้
  • เนื้อหาความรู้ที่นำเสนอ
  • จัดทำรูปเล่มให้น่าสนใจ
  • ภาพประกอบมีสีสันสวยงาม
  • ภาษาไม่ควรจะเป็นวิชาการมากเกินไป
  • ควรมีคอลัมน์สำหรับผู้ปกครอง


คู่มือผู้ปกครอง
ข้อมูลในคู่มือผู้ปกครองประกอบไปด้วย
- ปรัชญาและเป้าหมายของสถานศึกษา
- หลักสูตรและการจัดประสบการณ์

- บุคลากรเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ
- อาคาร สถานที่ สภาพแวดล้อม
- การจัดบริการและสวัสดิการต่างๆ
- กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติ สำหรับผู้ปกครองได้ทราบโดยทั่วกัน
- การวัดและประเมินผล

ระบบอินเทอร์เน็ต
          เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้เพื่อการเรียนการสอน และเวิลด์ไวด์เวป  (WWW.)  การใช้อินเทอร์เน็ตในการให้ความรู้ผู้ปกครองนับเป็นบริการด้านหนึ่งที่สถานศึกษาสามารถจัดทำในรูปแบบ เวิลด์ไวด์เวป  บริการให้ความรู้ผู้ปกครองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่สถานศึกษาบรรจุลงในเว็บไซด์ 

          จากนั้น อาจารย์ก็ให้ออกแบบ " ข่าวประจำสัปดาห์ " ตามความชอบของแต่ละคน ว่าจะออกแบบอย่างไร และให้ความรู้อะไรกับผู้ปกครองบ้าง โดยทำเป็นโครงร่างคร่าว ๆ ให้อาจารย์ดูก่อน แล้วค่อยทำจริงเป็นการบ้าน 








เมื่อออกไปนำเสนองานหน้าชั้นเรียน ก็ทำให้ได้ดาวเด็กดี 1 ดวง
^________^


 คำถามท้ายบท
1. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียนครูประจำชั้นควรพิจารณาในการเลือกใช้รูปแบบใดบ้าง 
จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ เป็นรูปแบบที่มีความหลากหลาย หากผู้ปกครองไม่สะดวกมาที่โรงเรียน ก็ควรมีจดหมายข่าวไปให้ผู้ปกครองได้ทราบ เป็นข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปถึงผู้ปกครองเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กที่โรงเรียนและแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่บ้านเพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจและร่วมกันพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น 
ข่าวประจำสัปดาห์ = จะออกทุกวันศุกร์, เป็นหน่วยที่ลูกเรียน, การอบรมเลี้ยงดู, ข้อเสนอแนะ
จดหมายข่าว/กิจกรรมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กและผู้ปกครอง, กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับผู้ปกครอง เช่น นิทาน ศิลปะ ภาษา ฯลฯ
ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง = ข้อมูลจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร, เกร็ดความรู้หรือสาระน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
การสนทนา = เป็นรูปแบบที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด ที่ครูและผู้ปกครองจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
2. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษามีรูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ ห้องสมุดผู้ปกครอง = การให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง
ป้ายนิเทศ = ให้ข้อมูล เช่น ข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียน เช่น ปรัชญา นโยบาย วัตถุประสงค์ ข่าวสารประจำวันจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ฯลฯ
นิทรรศการ = เช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก ภาพยนตร์ วีดีโอ และซีดี

3. นักศึกษามีวิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหาผู้ปกครองที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการ
หรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง จงอธิบาย 
ตอบ ต้องตรวจสอบสาเหตุก่อนว่า ที่ผู้ปกครองไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมหรือไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการนั้น เป็นเพราะอะไร แล้วก็หาทางแก้ไขตามความเหมาะสม เช่น การส่งจดหมาย หรือข่าวสารต่าง ๆ การรายงานพฤติกรรม ผลงานของลูกไปยังที่บ้าน หรืออาจจะมีการไปเยี่ยมบ้านของเด็กจริง ๆ เพื่อจะได้ทราบถึงปัญหา และมีการสนทนาแลกเปลี่ยนกันระหว่างครูกับผู้ปกครองด้วย
 
4. การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กที่โรงเรียนและแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่บ้านเพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจและร่วมกันพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองนั้นจำเป็นมาก เพราะบางครอบครัวอาจจะมีความรู้ในการอบรมเลี้ยงดูไม่ถูกต้องเท่าที่ควร การให้ความรู้ผู้ปกครองก็จะทำให้ผู้ปกครองมีแนวทางในการอบรมเลี้ยงดูลูกที่ถูกต้องมากขึ้น ส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก และครอบครัวจะได้อบอุ่น มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะเกิดจากการดูแลเอาใจใส่ และทำกิจกรรมร่วมกันมากยิ่งขึ้น
 
5. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพ มีลักษะของรูปแบบอย่างไร 
จงอธิบายพร้อมแสดงความคิดเห็น
ตอบ ควรเป็นรูปแบบที่เป็นการสื่อสารสองทาง เช่น การสนทนา จะเป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด เป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้เป็นไปได้อย่างราบรื่น การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ถือว่าเป็นรูปแบบการให้ความรู้ที่มีประสิทธิภาพ เพราะจะได้ช่วยกันส่งเสริมหรือแก้ปัญหาเด็กได้ตรงจุดมากที่สุด
 

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
-  เมื่อมีความรู้และได้แนวคิดการสร้างรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่หลากหลายขึ้น ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
-  เนื่องจากผู้ปกครองไม่ชอบอะไรที่เป็นทางการมากนัก การจัดกิจกรรมที่เป็นกันเอง ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินในการให้ความรู้ อาจจะทำให้ผู้ปกครองมีความสนใจมากยิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้นั้นไปใช้อบรมเลี้ยงดูเด็กได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้การพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน

การประเมินผล
ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน และกล้าแสดงความคิดเห็น นำเสนองานหน้าชั้นเรียน เพื่อจะได้รู้ว่าตนเองต้องปรับปรุงอย่างไร จะได้นำไปพัฒนางานให้ดีขึ้น
ประเมินเพื่อน : เพื่อน ๆ ตั้งใจเรียน และตั้งใจทำงานที่อาจารย์มอบหมาย รวมทั้งกล้าแสดงออก แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์เตรียมการสอนมาดีมาก ตรงเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ใจดี และสอนได้เข้าใจ เป็นลำดับขั้นตอน เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการเรียน ให้คำปรึกษาเมื่อไม่เข้าใจ